12715403_1698395490375780_8011557421757597842_n

ทำเพจ ต้องซื้อโฆษณาไหม?

ทำเพจ ต้องซื้อโฆษณาไหม?
.
.
.
เป็นคำถามที่ถามเข้ามาเยอะมากครับ ว่าทำเพจต้องซื้อโฆษณาไหม ต้องซื้อเท่าไหร่ ไม่ซื้อได้ไหม?
.
ถ้าคุณทำเพจสนุกๆ ไว้เป็น Diary ไว้เก็บเรื่องราวและแชร์ประสบการณ์ต่างๆในชีวิต อันนี้คุณไม่ต้องซื้อโฆษณาก็ได้ครับ
.
แต่ถ้าคุณทำธุรกิจ คุณต้องซื้อโฆษณาเท่านั้นครับ ไม่มีทางเลือกอื่น…
.
ก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจก่อนว่า เฟสบุค Marketing เป็นส่วนหนึ่งของ Marketing ซึ่งนั่นคือการตลาด และการตลาดต้องมี Budget เสมอ (มากหรือน้อยนั่นอีกเรื่อง) แต่ไม่มีเลยเป็นไปไม่ได้ครับ
.
อันนี้สำหรับทุก platform เลยนะครับ ไม่ว่าเฟสบุค, youtube, instagram, line@ ทุก platform นั้นเปิดใช้ฟรี เลยทำให้คนส่วนใหญ่ เข้าใจผิดว่า Social media is Free!
.
ซึ่งจริงๆแล้ว Social media is not free, it is the investment! ครับ เพราะ Social Media มันไม่ฟรีและมันคือการลงทุนครับ
.
หรือพูดอีกมุมคือ “Social media เปิดใช้ฟรี แต่ถ้าจะทำให้ดีต้องลงทุน” ครับ…คุณต้องลงทุนทำโฆษณา ลงทุนทำคอนเท้น ลงทุนทำภาพ ถ้าไม่จ้างช่างกล้อง ก็ต้องลงทุนซื้อภาพจากเว็บ stockphoto ต่างๆ
.
ถ้าถามว่าต้องลงทุนเท่าไหร่? บอกไม่ได้ครับ อยู่ที่เป้าหมายยอดขายของคุณ ถ้าตั้งเป้ายอดขายสูง ก็ต้องลงทุนเยอะหน่อย จำไว้นะครับ “คุณไม่มีทางตกปลาใหญ่ได้โดยใช้เหยื่อตัวเล็ก”
.
และการลงทุน ไม่ใช่ลงทุนแค่ตังค์อย่างเดียวนะครับ ต้องลงทุนความตั้งใจด้วย! (ต้องคิดถึงและมองในมุมลูกค้าเยอะๆ)
.
สำหรับอีกคำถามที่คนชอบถามเช่นกัน “ว่าทำเพจมาตั้งนาน ไม่ค่อยมีคนกดไลค์เลย ว่ายังไงให้คนเห็นเยอะ มากดไลค์เพจเยอะๆ”
.
มี 2 วิธีเท่านั้นครับ หนึ่งคือทำ content ให้มีคุณค่า เป็น value content แล้วจะมีคนแชร์ content ของคุณโดยที่คุณไม่ต้องร้องขอ
.
สองคือทำโฆษณา (Ad) หลังจากเฟสบุคเข้าตลาดหลักทรัพย์ไปแล้ว ผมว่าตอนนี้มาร์ค ซักเกอร์เบิร์คยังต้องจ่ายค่าโฆษณาด้วยเลยมั้ง (แต่ห้ามไปซื้อไลค์ผี ห้ามใช้บริการพวกปั๊มไลค์นะครับ รับรองเฟสบุคจับได้แน่นอนและแบนทันทีแบบไม่มีปรานี)
.
บทความหน้าๆ ผมจะลงละเอียดลึกขึ้น เกี่ยวกับการทำ Ad เฟสบุคเพราะหลายๆคนเข้าใจว่าโฆษณาเฟสบุคมีแค่การโปรโมทเพจกับบูสโพสต์ และกดโฆษณาได้ที่หน้าเพจเท่านั้น
.
จริงๆ แล้วเฟสบุคทำโฆษณาได้เป็น 10 ประเภท มีเครื่องมือออก Ad เพียบบ! เทคนิคเต็มไปหมด ใครสนใจอยากบอกให้กดไลค์รอและตั้ง see first notification ไว้เลย
.
สุดท้ายนี้ ถ้าถามว่า 2 อย่างนี้ระหว่าง Content กับ Ad อะไรสำคัญกว่ากัน พูดได้เต็มปากแบบไม่ต้องคิดว่า Content แน่นอน! ในการทำ Digital Marketing
.
“Content is always the king, forever and ever”
.
Content สำคัญที่สุด ถ้าเปรียบเทียบ Content เปรียบเสมือนรถยนต์ Ad เปรียบเป็นเชื้อเพลิงครับ…ถ้า Content คุณดี เป็น content ที่มีคุณค่า จะเหมือนคุณมีรถเจ๋งๆซักคันหนึ่ง เต็มน้ำมันนิดเดียว สามารถวิ่งไปได้ไกลเลย บางคันอาจไม่ต้องเติมน้ำมันเลยก็ได้
.
แต่ถ้า content คุณห่วย ต่อให้ Ad คุณดีแค่ไหน เหมือนรถพังๆ เติมน้ำมันดีแค่ไหน ก็ไปไม่ได้ (เชื่อไหมครับ ถ้า content ห่วยสุดๆ เฟสบุคไม่ขึ้นโฆษณาให้ ไม่ตัดตังค์โฆษณาแม้แต่บาทเดียวก็เคยมีมาแล้ว)
.
ถ้าใครอยากรู้เรื่อง content ต่อมีบทความเขียนด้านล่างในเพจบ้างแล้วนะครับ แต่ผมจะเขียนลง detail มากขึ้นอีกๆในบทความหน้าต่อๆไป
.
ถ้าบางคนเข้าใจผิดไปอีกด้านว่าต้องทุ่ม Ad เยอะๆนั่นก็เข้าใจผิดอีกเพราะคำว่า Ad มันคือ Advertising นั่นคือ การโฆษณา ในวงการโฆษณาเราไม่แพ้ชนะกันที่เงินครับ “ผู้ชนะในการทำ Ad ไม่ใช่ผู้ที่ทุ่มเงินมากที่สุด แต่เป็นผู้ที่ทุ่มเทกับความคิดสร้างสรรค์มากที่สุด” (นั่นแปลว่าสำหรับ SMEs ถ้าเงินทุนคุณน้อย คุณก็ต้องคิดเยอะๆ)
.
สังเกตเห็นว่าเพจใหญ่ๆ เช่น อีเจี๊ยบ เลียบด่วน มีแต่ content แทบไม่เคยทำ Ad Sponsored เลย แต่คนมีตามตลอด ไลค์เพิ่มขึ้นตลอดเวลา แล้วมี engagement ที่ดีมากๆ แต่นั่นเป็นเพจวาไรตี้ ไม่ใช่เพจธุรกิจ (ถึงแม้มีรายได้สูงจากการโฆษณาก็ตาม 555)
.
แล้วสำหรับ SMEs จะเกิดอะไรขึ้นล่ะ?
ถ้าเราทำ Content ที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์แถมยังทำ Ad ได้เจ๋งด้วย
.
“ทำ Content ให้ซิ่ง ยิง Ad ให้แม่น”
แล้วธุรกิจของคุณจะไปได้ไกล จนตัวคุณเองอาจนึกไม่ถึงเลยแหละ
.
.
.
#MIB Marketing in Black
การตลาดง่ายๆเพียงปลายนิ้ว
By #ครูชัย (@kruchai_mib)
อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมดของ M.I.B
www.marketinginblack.net
มาพูดคุยและรับอาหารสมองดีๆแบบนี้ได้ที่
Line@ : @marketinginblack (ต้องใส่ @ นำหน้า) หรือกด Add ที่ลิงค์ได้เลยครับ >>> http://goo.gl/xfdp9o

realtime mkt

5 หลักการทำ Real-Time Marketing ขั้นเทพ!

5 หลักการทำ Real-Time Marketing ขั้นเทพ!
ทำการตลาด Online คุณต้อง On time
.
คือปีนี้จะเป็นแห่ง real-time marketing บอกเลย
มีทั้งแบรนด์ใหญ่ แบรนด์น้อย เพจเล็ก เพจใหญ่ จับกระแส online ต่างๆ มาทำ marketing campaign เพียบบบบ! ซึ่งแน่นอนผลตอบรับจะแรงดีเว่อร์ เพราะอยู่ในกระแส ประเด็นกำลังเป็น talk of the town!
.
วันนี้ขอเขียนวิธีการเกาะแส Viral Marketing จากประสบการณ์ล้วนๆ
ไม่มีอ้างอิงตำราไหนนะครับ ขอนิยามศัพท์เองเลย 5555
.
มารู้วัฏจักรของกระแสออนไลน์กันก่อน การเกิดกระแสต่างๆจะมี 3 ระยะ
.
ระยะที่ 1 Early Stage : เกิด Viral ในโลก Social
ซึ่งจะค่อยๆก่อตัวจากเพจเล็กหรือแชร์กันในวงเล็ก
และขยายตัวไปจนกระทั่งถูกเว็บหรือเพจใหญ่แชร์
คราวนี้จะแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในระดับวินาที จ
นแพร่กระจายทั่วโลกออนไลน์
ระยะนี้จะใช้เวลา 1 วัน หรือไม่เกิน 24 ชั่วโมง
.
ระยะที่ 2 Peak Stage: ออกทีวี
ระยะนี้จะถือว่าเป็นตัววัดเลย การข้ามจาก online ไปสื่อ offline
คือตัวชี้วัดว่ากระแสนี้จะแรงจริงหรือไม่ ถ้าดังแค่ในออนไลน์แต่ไม่ออกทีวี กระแสนั้นถือว่าไม่น่าเล่น ปกติแล้วทุกกระแสพอดังในออนไลน์ปุ๊บ
รุ่งเช้าจะออกทีวีทันที พอออกทีวีแล้ว กระแสนี้จะเข้าภาวะ peak
คนไม่ค่อย social ก็จะรู้และพูดคุยกัน ในโลกออนไลน์ถือว่าขยายตัวเต็มที่ ทุกเพจใหญ่พูดถึง ทำcontentถึง pantip กระทู้เพียบ
ระยะนี้จะกินเวลา 1 วันหรือน้อยกว่านั้น การออกทีวีเต็มที่จะ 1-2 วัน
ไม่มากไปกว่านี้ เพราะกระแสนี้ถือว่าดังทั่วประเทศแล้ว ทั้งโลก online และ offline (คนที่ไม่ค่อยติดออนไลน์ ก็จะเข้ามาหาข้อมูลหรือมาดูคลิปซ้ำในโลกออนไลน์)
.
หมายเหตุ : ระยะ 1 กับ 2 อาจสลับกันได้ในบางครั้ง เพราะบางกระแส อาจออกทีวีก่อน แล้วมา Viral ในโลกออนไลน์
.
ระยะที่ 3 Ending Stage : เล่น+เลี้ยงกระแส
ระยะ 2 กับระยะ 3 จะติดกันมาก จนแทบแยกไม่ออก
เป็นระยะที่จะเกิดความสร้างสรรค์ในเชิง content ที่เพจหรือแบรนด์ต่างๆ จะเอากระแสนี้มาทำ content ที่เป็นสไตล์ของเพจหรือแบรนด์ของตัวเอง
มีทั้งเชิงล้อเลียนและเชิงขายของ ระยะนี้จะถือเป็นระยะสุดท้ายของกระแสนั้นๆ
.
ซึ่งระยะนี้จะเปรียบเหมือน เด็กเล่นลูกโป่ง ที่ลูกโป่งจะตีขึ้นไป ตกมาและตีขึ้นฟ้าอีกเรื่อยๆ กระแสระยะที่ 3 นี้ก็เหมือนกัน พอมีแบรนด์หรือเพจไหน
ทำ content เจ๋งๆ ก็เหมือนตีลูกโป่งขึ้นไปอีก ระยะนี้จะยาวประมาณ 1-2 วัน แต่บางทีจะขยายไป 4-5 วันเลยก็ได้ อยู่ที่เนื้อหาต้นเรื่องว่ามีอะไรให้เล่นได้เยอะมากน้อยแค่ไหน และอยู่ที่เพจและแบรนด์ต่างๆด้วย
ว่าจะคิดไรเจ๋งๆสร้างสรรค์ๆได้มากแค่ไหน ปีที่แล้วกระแสเหนียวไก่
อยู่ได้นานมาเกือบอาทิตย์ เพราะมีตัวล้อเลียนเจ๋งๆออกมาเรื่อยๆ
นอกจากนี้ ความนานของกระแสจะหมดอายุเมื่อมีกระแสอื่นที่ดังกว่าเกิดมาคั่น
.
อย่างกระแสลูกเทพตอนนี้เข้าสู่ระยะท้ายสุดแล้ว ถ้าไม่มีลูกเล่นอะไรใหม่ๆจากแบรนด์ใหญ่ ใกล้หมดกระแสแล้ว
.
ระยะที่ 3 เป็นระยะที่เพจหรือแบรนด์ต่างๆ จะใช้โหนกระแสเนี่ยแหละ
ใครโหนได้เจ๋งกว่า ได้ไวกว่า ได้ touch กว่า ผู้นั้นจะได้ประโยชน์จากกระแสนี้มากที่สุด
.
อ้ะ เมื่อเข้าใจวัฏจักรของกระแสแล้ว มาดูหลักการ 5 ข้อ ในการทำ Real-time Marketing แบบเจ๋งๆกัน
.
1. “ต้องจับกระแสให้เร็ว” ข้อนี้ถือเป็นหัวใจเลย ถ้าจับกระแสเร็ว
รู้ว่าเรื่องนี้ต้องดัง ต้องเกิดแน่นอน จะได้รีบคิด รีบทำ การเช็คกระแสอาจทำได้จาก…
– Google Trend กับ Youtube trend อันนี้จะถือว่าช้านิดนึงละ
เป็นระยะ 2 ปลายๆแล้ว
– เพจที่ชอบแชร์ข่าว เช่น Drama-addict, tvpool ฯลฯ
– เวบวาไรตี้ต่างๆ เช่น sanook, kapook, Mthai รวมถึงพวกเว็บ clickbait ต่างๆพวกนี้จะมีทีมงานคอยจับกระแสอยู่แล้ว และเว็บหรือเพจพวกนี้แหละ ที่ทำให้เกิด Viral
.
ในเรื่องของความเร็วในแง่ธุรกิจ จริงๆ SMEs จะได้เปรียบกว่าแบรนด์ใหญ่หรือพวก agency ตรง process ได้ไวกว่า ไม่ต้องรอขั้นตอน
ไม่ต้องรอประชุม ไม่รออนุมัตินู่นนี่ ต้องใช้ข้อได้เปรียบตรงนี้
.
2. “ต้องคิดไว ทำไว” พอจับกระแสได้แล้ว ต้องคิดให้ไว ให้creative ลงcontentให้ไว ให้ทันหรือก่อนระยะ 2 ยิ่งดี เพราะคุณจะกลายเป็นผู้นำ trend ในระยะ 3 ทันที
.
3. “ต้องสร้างสรรค์” ความสร้างสรรค์ในการผนวกกระแสกับแบรนด์หรือสินค้าของคุณคือหัวใจในการเกาะแสviral ต้องผนวกเรื่องราวของกระแสมารวมกับสินค้าของคุณอย่างมีศิลปะ น่าสนใจ น่าติดตาม ไม่ซ้ำซากน่าเบื่อ
.
4. “ต้องฮา สั้น กระชับ เข้าใจง่าย” นี่เป็นหลักการทำ content online ทุกอย่างอยู่แล้ว คนออนไลน์เป็นคนใจร้อน ชอบไรที่เสพง่าย ไม่เข้าใจยาก
.
5. “ต้องคิดตลอดเวลา” คำถามสำคัญที่คุณต้องถามตัวเองตลอดคือ “กระแสวันนี้คืออะไรและฉันจะเล่นอะไรจากกระแสนี้ได้บ้าง?”
.
สรุปหัวใจของ Real-time marketing มี 2 อย่าง คือ “ต้องไว” และ “สร้างสรรค์”
ถ้าคุณไวกว่า ต่อให้ทำห่วย ก็ยังมีคนให้ความสนใจ เพราะคนเกาะกระแสคนแรกๆ
ถ้าคุณช้าไปแล้วว แต่สร้างสรรค์กว่า ทำออกมาโดนใจสุดๆ คนก็ยังให้ความสนใจ เพราะแตกต่าง
.
แต่คิดดูถ้าคุณทั้งไวกว่าด้วย และสร้างสรรค์กว่าด้วย จะสร้าง impact ได้ขนาดไหนนน!!??
.
อย่าลืมว่า ไม่ใช่มีคุณคนเดียวที่รอเกาะกระแส มีคนนับพันนับหมื่นรอเกาะอยู่เหมือนกัน จำไว้ความเร็วกับความสร้างสรรค์ สำคัญสุด!!!
.
และอย่าลืมจุดสำคัญที่คุณต้องตามกระแสให้ทัน เหนือกว่าตามกระแสให้ทัน คือการดักกระแส เช่น ไทยแข่งบอลใหญ่นัดชิง คุณรู้อยู่แล้วว่าคนดูทั้งประเทศ ยังไงต้องมีกระแส ให้คุณทำ content รอเลย ถ้าแพ้ออกตัวนี้ ถ้าชนะออกอีกตัว เนี่ยดิเทพตัวจริง!!
.
ถ้าเหนือกว่าการ”ทันกระแส”คือการ”ดักกระแส”และที่สุดของที่สุด เหนือกว่าการดักกระแส คือ”การสร้างกระแส” Viral ซะเอง นี่คือจุดที่ยากและท้าทายที่สุดในโลกออนไลน์ปัจจุบัน!

.
.
.
#MIB Marketing in Black
การตลาดง่ายๆเพียงปลายนิ้ว
By #ครูชัย (@kruchai_mib)
อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมดของ M.I.B
www.marketinginblack.net
มาพูดคุยและรับอาหารสมองดีๆแบบนี้ได้ที่
Line@ : @marketinginblack (ต้องใส่ @ นำหน้า) หรือกด Add ที่ลิงค์ได้เลยครับ >>> http://goo.gl/xfdp9o